joomla templates jatc

Font Size

Screen

Profile

Layout

Direction

Menu Style

Cpanel

ข่าวความเคลื่อนไหว กร.

HOME_PAGE_TITLE

ประกาศ สช. เรื่อง ปีการศึกษา 2556 ปีแห่งการเพิ่มคุณภาพการศ฿กษาเอกชน

2556ปีแห่งการพัฒนาคุณภาพ

2556 ปี แห่งการพัฒนาคุณภาพ สช.พร้อมเดินหน้ายกเครื่องร.ร.เอกชน : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ

 

 

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มีนโยบายว่า ปี 2556 นี้ จะต้องยกเครื่อง โรงเรียนเอกชนทั่วหัวระแหง ให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของสาธารณชน ทุกสถานศึกษาที่อยู่ภายใต้การดูแลของ สช. ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนเอกชนขั้น เทพ อย่างโรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนเอกชนชื่อดัง ไล่ลงมาถึงโรงเรียนเอกชนการกุศล โรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน รวมไปถึงโรงเรียนเฉพาะทางอื่นๆ เช่น โรงเรียนสอนวิชาชีพ โรงเรียนกวดวิชา จะต้องเข้าร่วมในกิจกรรมพัฒนาตัวเองครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้เพราะ สช.ประกาศแล้วว่า ปี 2556 นี้ จะเป็นปีแห่งการเพิ่มคุณภาพการศึกษาเอกชน

บัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน บอกว่า มาตรฐานการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชนในปัจจุบันถือว่า มีคุณภาพในระดับดี ถ้าไม่นับโรงเรียนสาธิตแล้ว โรงเรียนเอกชนก็ถือว่า ไม่น้อยหน้าใคร สะท้อนจากผลคะแนนทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ปีการศึกษา 2554 ซึ่งพบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนโอเน็ตของโรงเรียนเอกชนสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วประเทศทุกระดับการศึกษา โดยเฉพาะชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศทั้ง 8 วิชา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วประเทศ 1 วิชา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สูงกว่าค่าเฉลี่ย 4 วิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา และภาษาอังกฤษ

อย่างไรก็ตาม บัณฑิตย์ บอกว่า สช. ยังต้องการพัฒนาโรงเรียนเอกชนให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อให้ผู้ปกครองที่เสียเงินส่งบุตรหลานมาเรียนเกิดความมั่นใจ ขณะเดียวกัน คุณภาพการจัดการศึกษาในภาพรวมของประเทศยังค่อนข้างต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ทั้งยังมีความจำเป็นต้องเร่งพัฒนาศักยภาพของเด็กไทย ให้มีทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะทางภาษาอังกฤษ และทักษะทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

ส่วนประเทศไทยเองก็มีนโยบายผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาคอาเซียน ตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2557 จะต้องมีนักเรียน นักศึกษาต่างชาติเข้ามาศึกษาต่อในประเทศมากขึ้น

เหตุผลหลายประการข้างต้น นำมาผนวกกันจะเห็นความจำเป็นในการเร่งรัดพัฒนาคุณภาพการศึกษา เพราะฉะนั้น สช.จึงประกาศให้มีปีแห่งการเพิ่มคุณภาพการศึกษาเอกชน เพื่อสนับสนุน และผลักดันให้โรงเรียนเอกชนพัฒนาการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพมากขึ้น แผนปฏิบัติการตามนโยบายนี้ ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้ว อยู่ระหว่างขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดผล

"เป้าหมายของนโยบายนี้ ต้องการให้เกิดสิ่งเหล่านี้ในโรงเรียนเอกชนทุกแห่ง อันดับแรก ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนต้องเพิ่มขึ้น สอง พัฒนากระบวนการเรียนแบบคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ให้มากขึ้น สาม ปลูกฝังทักษะชีวิตให้นักเรียนมากขึ้น ในส่วนของโรงเรียนนานาชาติ สช.ต้องการให้ทุกแห่งผ่านการรับรองจากสถาบันรับรองมาตรฐานสากล และสำหรับโรงเรียนนอกระบบเป็นหมื่นๆ โรงนั้น ต้องการให้โรงเรียนจัดทำระบบประกันคุณภาพภายในเพื่อความมั่นใจของผู้บริโภค อย่างน้อยปีนี้ ต้องเริ่มประกันคุณภาพภายในให้ได้ 1,300 โรง"

เพื่อความมั่นใจในความสำเร็จ สช.ได้กำหนดทางเดินชัดเจน ให้โรงเรียนใช้เป็นเข็มทิศนำทางไปสู่เป้าหมายอย่างไร บัณฑิตย์ บอกว่า เป้าหมายในการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนนั้น จะเทน้ำหนักไปที่ชั้นเด็กเล็ก ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ ถ้าการเรียนในระดับประถมศึกษาประสบความสำเร็จ การเรียนระดับอื่นๆ ของเด็กก็จะประสบความสำเร็จด้วย และจะเทน้ำหนักที่วิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์ในชั้นเด็กเล็ก เพราะ 2 วิชาดังกล่าว เป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้วิชาอื่นๆ

"เพราะฉะนั้น สช.จึงปักธงเป้าหมายไว้ว่า เมื่อเสร็จสิ้นภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 แล้ว นักเรียนชั้น ป.3 ร้อยละ 90 ต้องอ่านเขียนภาษาไทยคล่อง นอกจากนั้น นักเรียน ป.3 รวมถึง ม.3 และ ม.6 ต้องมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้น ร้อยละ 5 เมื่อสิ้นสุดปีการศึกษา 2556 ส่วนวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งนับวันทวีความสำคัญขึ้นนั้น กำหนดไว้ว่า เมื่อเสร็จสิ้นภาคเรียนที่ 1 นักเรียน ป.4 ร้อยละ 90 ต้องสามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้"

บัณฑิตย์ กล่าวอีกว่า สำหรับเป้าหมายในการพัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ของเด็ก ตั้งเป้าไว้ว่า ร้อยละ 90 ของนักเรียนต้องสามารถเขียนมายด์ แม็พ (Mind Map) ของตัวเองได้ตามความเหมาะสมของแต่ละระดับชั้น ซึ่ง สช.ได้จ้างสถาบันอุดมศึกษาช่วยคิดนวัตกรรมการสอนใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างการคิดวิเคราะห์ของเด็ก ขณะที่เป้าหมายในการพัฒนาทักษะชีวิตนั้น ให้โรงเรียนนำกิจกรรมลูกเสือ ยุวกาชาด มาบูรณาการสอนเรื่องนี้ โดยตั้งเป้าว่า ร้อยละ 90 ของนักเรียนในแต่ละโรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรมลูกเสือ

โรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน อยู่ในแผนด้วย โดย สช.ตั้งเป้าไว้ว่า ร้อยละ 95 ของนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ต้องมีงานทำหลังสำเร็จการศึกษา

ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ปักธงไว้นั้น สช.เข้าไปมีส่วนช่วยเหลือโรงเรียนด้วย โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาสื่อและการพัฒนาครู บัณฑิตย์ บอกว่า สช.ได้จัดส่งฮาร์ดดิสก์ที่บรรจุโปรแกรม E-Learning ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการพัฒนาขึ้นไปให้โรงเรียนเอกชนสายสามัญในความดูแล 2,358 โรง ครอบคลุมเนื้อหาใน 5 วิชาหลัก คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ

"โปรแกรม E-Learning นี้ จะช่วยบรรเทาปัญหาของโรงเรียนที่ขาดครูเก่ง และถึงแม้โรงเรียนจะมีครูเก่งครบครันแล้ว ก็ยังสามารถใช้ โปรแกรม E-Learning ที่ส่งไปให้เป็นสื่อเสริมการเรียนการสอนได้ หรือเป็นสื่อที่นักเรียนสามารถนำไปใช้เรียนรู้ด้วยตัวเองได้ด้วย"

สช.ยังช่วยพัฒนาครูโรงเรียนเอกชนด้วย โดยได้จัดสรรงบประมาณไปให้คณะกรรมการประสานงาน และส่งเสริมการศึกษาเอกชนทุกจังหวัด นำไปใช้ในการจัดอบรมพัฒนาครู เพื่อให้ครูเอกชนทุกคนมีทักษะการสอนตอบโจทย์ที่ สช.ตั้งไว้ได้ เมื่อเร็วๆ นี้ สช.ได้จัดอบรมพัฒนาครูโรงเรียนเอกชนในภาคใต้กว่า 700 คน เชิญวิทยากรดังๆ รวมถึงวิทยากรจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาถ่ายทอดเทคนิคการสอนที่มีประสิทธิภาพให้ครูในภาคใต้

"ทั้งหมดที่ทำในปีแห่งการเพิ่มคุณภาพการศึกษาเอกชน เพื่อให้ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่า เมื่อส่งบุตรหลานมาเรียนในโรงเรียนเอกชนแล้ว เขาจะได้แต่สิ่งดี ๆ หรือดีกว่า" บัณฑิตย์ ทิ้งท้าย

(ดาวน์โหลด) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง ปีการศึกษา ๒๕๕๖ ปีแห่งการเพิ่มคุณภาพการศึกษาเอกชน

..................................................

(2556 ปี แห่งการพัฒนาคุณภาพ สช.พร้อมเดินหน้ายกเครื่องร.ร.เอกชน : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ)

ที่มา : คมชัดลึกออนไลน์

ผู้ลงข้อมูล: นายทรงกลด ขาวแจ้ง
ตำแหน่ง: นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ

You are here Home